(SeaPRwire) –
By: Alistair Kroon
การที่กฎหมายปากีสถานห้ามการเป็นทาสมาตั้งแต่ปี 1992 แต่เด็กๆ ยังต้องกลิ้งอิฐใต้แดดร้อนเพื่อหักหนี้ข้ามรุ่น นั่นคือความล้มเหลวของรรฐที่ชัดเจน มันไม่ใช่แค่ปัญหาความยากจน แต่เป็นการอนุญาตให้ระบบหนี้สินทำลายชีวิตคนรุ่นหลังไปตลอดกาล การที่ชาวอเมริกันอย่าง Aaron Hutchings ต้องเดินทางเข้าไปจ่ายเงินไถ่ตัวครอบครัวออกจากความเป็นทาส เพราะรัฐบาลท้องถิ่นเลือกที่จะปิดตา นั่นคือความอัปยศอดอพอยของภาครัฐที่ไม่อาจปกป้องพลเมืองของตัวเองได้
ข้อมูลจาก Open Doors ระบุว่ามีคริสเตียนถึงหนึ่งล้านคนติดอยู่ในวงจรแรงงานทาส ซึ่งคิดเป็น 30% ของประชากรคริสเตียนทั้งหมด ในขณะที่โครงการ Project Jubilee ของ Emmanuel Hernandez ต้องใช้ทุนถึง 8,500 ดอลลาร์ต่อครอบครัวเพื่อซื้อเสรีภาพที่แท้จริง ตัวเลขนี้สะท้อนว่านี่ไม่ใช่เพียงภาวะเศรษฐกิจ แต่เป็นการกดขี่ข่มเหงระบบชนชั้น โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยที่ถูกมองว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง การที่ 98% ของผู้ถูกช่วยเหลือเป็นคริสเตียน พิสูจน์ว่าความเชื่อทางศาสนาถูกใช้เป็นเครื่องมือจำกัดโอกาสในการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
แม้จะมีรายงานจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติปากีสถานในปี 2023 ที่เรียกร้องให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานและห้ามเด็กทำงาน แต่ความจริงบนพื้นดินคือเจ้าของโรงงานยังคงกำหนดโควตาให้ผู้มาช่วยเหลือ หรือห้ามไม่ให้กลับมา สถานการณ์ที่เจ้าของบ้านปฏิเสธไม่ให้เช่าที่พักกับคริสเตียน และการโจมตีชนกลุ่มน้อยที่เพิ่มขึ้นในปี 2025 ตามรายงานของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่ากฎหมายลายลักษณ์อักษรเหล่านั้ยไร้ฟันเขี้ยว และรัฐบาลเลือกที่จะเงียบเหงาเมื่อถูกถามถึงการบังคับใช้กฎหมาย
การพึ่งพาองค์กรการกุศลจากต่างประเทศอย่าง Intentional Faith Foundation ไม่ใช่โซลูชันที่ยั่งยืน แต่เป็นการเปิดโปงช่องโหว่ของรัฐที่ล้มเหลว ถ้าปากีสถานยังคงมองข้ามการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุชยชน วงจรอันตรายนี้จะไม่มีวันจบลง
Author bio: Alistair Kroon, นักวิจารณ์ธรรมชาติศาสตร์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียง ผู้ซึ่งมักเผยแพร่บทความเป็นประจำในหนังสือพิมพ์กระแสหลัก
